เมื่อวานนี้ผมนั่งทานข้าวเย็นกับเพื่อนๆ อยู่ แล้วก็ได้อ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันศุกร์ ที่ 15 สิงหาคม 2551 เผอิญอ่านไปเจอคอลัมน์ของ ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ ก็เลยอ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ เลยลืมที่จะคุยกับเพื่อนเลย พอดีเพื่อนๆ ผมที่ไปทานข้าวเย็นด้วยกัน ดันเป็นคนต่างชาติกันหมด เค้าก็เลยถามผมว่าอ่านอะไร ผมก็บอกว่า "เรื่องในประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเมื่อก่อนที่ ลาว พม่า กัมพูชา เวียตนาม และมาเลเซีย เคยเป็นของไทย" ซึ่งก็น่าแปลกกับคำพูดประโยคต่อมาของเพื่อนๆ ผม ซึ่งเป็นคนอเมริกัน เกาหลี เค้าบอกว่า เค้าไม่เคยรู้มาก่อนว่า ประเทศต่างๆ เหล่านี้ เคยเป็นของไทย โดยส่วนตัวผม ผมคิดว่าคนไทยเองหลายคนก็คงไม่ค่อยทราบในรายละเอียดทางประวัติศาสตร์พวกนี้เหมือนกัน เลยเอามาลงไว้ในบล็อกนี้ ให้เพื่อนๆ ได้อ่านได้เข้าใจกันนะครับ

     ดร.นิติภูมิ ท่านเริ่มต้นกรณีกัมพูชา ที่ต้นรัชกาลที่ 1 เมื่อมีข่าวว่าจามจะยกทัพมาตีเขมร พระยายมราชและพระยากลาโหม (ปก) จึบงพานักองเอง และพระญาติพระวงศ์เขมรเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาครัชกาลที่ 1 ของไทย

     สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ทรงรับรองนักองเองอย่างพระราชบัตรบุญธรรม เมื่อไทยไปปราบจามได้แล้ว รัชกาลที่ 1 ทรงพระกรุณาโปรเกล้าฯ ให้นักองเองกลับไปครองเมืองเขมร ทรงพระนามว่า "สมเด็จพระรายณ์รามาธิบดี" และให้พระยาอภัยภูเบศรปกครองเมืองเสียมราฐ พระตะบอง และศรีโสภณ โดยให้ขึ้นกับไทยโดยตรง

     3 ปีต่อมา นักองเองทิวงคต จึงทรงพระกรุณาโปรเกล้าฯ ให้พระยากลาโหมซึ่งเป็นฟ้าทะละหะ เป็นผู้สำเร็จราชการ พอฟ้าทะละหะถึงแก่กรรม จึงทรงพระกรุณาโปรเกล้าฯ ให้นักองจันทร์เป็น "สมเด็จพระอุทัยราชา" ไปปกครองเมืองเขมรสืบไป

     เหตุการณ์ตอนปลายรัชกาลที่ 35 แห่งกรุงศรีอยุธยา ไทยเสียกรุงแก่พม่าเพราะความเสื่อมรั้งในสถาบันการเมืองและสังคม คนไทยทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างรุนแรง บางกลุ่มทั้งดื้อทั้งบ้า ความเสื่อมยังมาจากการที่ไทยไม่มีผู้นำที่เด็ดขาด ไพร่พลก็ค้นหาแต่ความสุขสนุกสบาย ไม่พร้อมรบ และร้ายที่สุดก็คือ เกิดไส้ศึกภายใน

     ราชอาณาจักรไทยแตกเมื่อ พ.ศ. 2310 ต่อมา ไทยเราก็เข้าสู่ยุคกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงปกครองบ้านเมืองอยู่นาน 15 ปี ไทยเราก็เข้ายุคกรุงรัตนโกสินทร์เมื่อ พ.ศ. 2325

     ณ เวลานั้น ไทยยิ่งใหญ่และเรืองอำนาจที่สุดใน "สุวรรณภูมิ" ไมต้องให้ใครศาลโลกไหนมาตัดสินว่าเขมรใช่ของไทยหรือไม่ หากประวัติศาสตร์อย่างนี้แพร่ขยายกระจายออกไปเป็นหลายภาษา ประชาชนคนทั้โลกก็จะเข้าใจความยิ่งใหญ่ของคนพันธุ์ไทยในสุวรรณภูมิได้เป็นอย่างดี

     ความยิ่งใหญ่ของไทยในสมัยแรกเริ่มกรุงรัตนโกสินทร์กระจายไปไพศาล แม้แต่ญวนก็ยังต้องยอมรับ รัชสมัยรัชกาลที่ 1 ของไทย ในเมืองญวนเกิดกบฏไกเซิน เจ้าในราชวงศ์ญวนคือ องเชียงสือ จึงเข้ามาสวามิภักดิ์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระองค์ทรงชุบเลี้ยงเป็นอย่างดี

     ต่อมา องเชียงสือ ขอกำลังไปปราบกบฏ โชคดีที่ตอนนั้นมีกองกำลังญวนอาสาสมัครและกองทัพฝรั่งเศสเข้ามารว่มด้วยช่วยกัน พวกกบฏจึงแพ้ราบคาบ องเชียงสือ เจ้าญวนที่พระมหากษัตริย์ไทยทรงชุบเลี้ยงไว้จึงได้ตั้งตนขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ ทรงพระนามว่า "พระเจ้ายาลอง" พระองค์ทรงส่งเครื่องราชบรรณาการมาถวายด้วยคามระลึกในพระมหากรุณาธิคุณรัชกาลที่ 1 ตลอดรัชกาล

     ส่วนพม่าที่เพิ่งชนะไทยไปเมื่อ 18 ปีก่อน ตอนหลังพระเจ้าปะดุงได้สืบราชสมบัติ ก็ยกทัพอันยิ่งใหญ่เกรียงไกรมาตีไทยถึง 7 ครั้งในสมัยรัชกาลที่ 1

     มนุษย์พันธุ์ไทยในสมัยนั้นแข็งแกร่งและมีความสามัคคีสูง ถึงได้ชัยชนะในสงครามครั้งแรกที่พระเจ้าปะดุงจัดมาถึง 9 ทัพใหญ่ เจ้าพม่าพาทหารมามากมายก่ายกองถึงแสนสี่หมื่น ขณะที่ไทยเพิ่งเริ่มสร้างตัวและมีพลเมืองเพียงเจ็ดหมื่น

     พ.ศ. 2328 ไทยชนะพม่าในสงครามเก้าทัพ พม่าได้รับความอัปยศอดสู จึงเดินทางมาแก้ตัวใหม่ใน พ.ศ. 2329 แต่ก็แพ้ไทยอีกที่ท่าดินแดง พ.ศ. 2330 เรารบชนะพม่าที่ลำปาง และ ป่าซาง และในปีเดียวกันนี้ ไทยได้ยกทัพไปตีเมืองทวาย

     3 ปีต่อมา เจ้าเมืองทวายขอสวามิภักดิ์ไทย พ.ศ. 2340 กองทัพไทยตีพม่าแตกกระจายที่เชียงใหม่ และ พ.ศ. 2345 พม่าแพ้ไทย ถูกไล่ออกจากเขตล้านนา

     ทั้งนี้ ดร. นิติภูมิ ยังทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดตามเป็นอย่างยิ่ง ในฐานะ ลูกหลานคนไทย อยู่บนผืนแผ่นดินไทยที่บรรพบุรุษ เคยเสียสละเลือดเนื้อ ปกป้องไว้ให้เราลูกหลาน ได้มีแผ่นดินเหยียบยืนกันอยู่ทุกวันนี้ ว่า...

     "บัดนี้ กลาง พงศ. 2551 การเมืองเรื่องยุ่งวุ่นวายของไทยได้สงบจบลง จึงเป็นโอกาสที่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศจะได้มาร่วมชุมนุมสุมความคิด เพื่อรวมตัวช่วยกันสร้างราชอาณาจักรไทยให้ยิ่งใหญ่เหมือนในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช"

Comment

Comment:

Tweet

อาจจะช้าไปมากกับล๊อคเนื้อหานี้
แต่ก็ยังน่าอ่านมาก

#10 By Almar~ on 2010-02-21 16:07

#9 By EYE (114.128.141.173) on 2009-11-06 17:49

แจ่มมากsad smile sad smile

#8 By download mp3 (113.53.148.184) on 2009-08-17 02:28

#7 By (203.172.186.214) on 2009-02-10 13:32

#6 By (203.172.186.214) on 2009-02-10 13:29

#5 By บุญมากึ่งกลางดน (203.172.186.214) on 2009-02-10 13:25

#4 By (117.47.130.214) on 2009-01-08 21:39

#3 By (117.47.130.214) on 2009-01-08 21:39

ประวัติบอกเราไว้ ใส่ใจช่วยกันคิด big smile

#2 By ทิว แอด ไฟน์ on 2008-08-16 21:33